Custom GPT กับ Gemini Gem ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี
Custom GPT กับ Gemini Gem ต่างกันยังไง คนขายของออนไลน์ควรใช้ตัวไหน
ทั้งสองตัวคือผู้ช่วย AI ที่ตั้งค่าคำสั่งไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ซ้ำ ต่างกันที่ Custom GPT อยู่บน ChatGPT แชร์ให้คนอื่นใช้ได้ง่ายและมีระบบค้นหา ส่วน Gemini Gem อยู่บน Google เชื่อมกับ Docs และ Drive ได้ดีกว่า สำหรับคนขายของออนไลน์แนะนำให้มีทั้งสองตัวเพราะสร้างครั้งเดียวใช้ได้ทั้งคู่และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ถ้าเคยตั้งค่าคำสั่งยาวๆ ใน AI แล้วต้องก๊อปวางใหม่ทุกครั้งที่เปิดแชท จะรู้ว่ามันเสียเวลาแค่ไหน
Custom GPT และ Gemini Gem แก้ปัญหานี้ ทั้งคู่คือการเก็บคำสั่งไว้เป็นผู้ช่วยเฉพาะทางที่เรียกใช้ได้ทันที
ทั้งสองตัวคืออะไร
Custom GPT คือผู้ช่วยที่สร้างบน ChatGPT ของ OpenAI ใส่คำสั่งประจำ อัปโหลดไฟล์อ้างอิงได้ แล้วได้ลิงก์ไว้เรียกใช้หรือแชร์
Gemini Gem คือแนวคิดเดียวกันบน Google Gemini ตั้งคำสั่งประจำแล้วเรียกใช้ได้จากแถบด้านข้าง
ทั้งคู่ไม่ได้ฉลาดกว่าการพิมพ์คำสั่งเองทุกครั้ง สิ่งที่ได้คือความสม่ำเสมอและความเร็ว ผลลัพธ์ออกมาแนวเดียวกันทุกครั้งโดยไม่ต้องจำว่าครั้งที่แล้วสั่งว่าอะไร
ตารางเทียบ
| หัวข้อ | Custom GPT | Gemini Gem |
|---|---|---|
| แพลตฟอร์ม | ChatGPT | Google Gemini |
| สร้างด้วยบัญชีฟรี | ไม่ได้ ต้องเป็นบัญชีเสียเงิน | ได้ |
| คนรับลิงก์ใช้ฟรีได้ | ได้ | ได้ |
| แชร์ให้คนอื่น | ลิงก์ตรง แชร์ง่าย | ลิงก์แชร์ได้ |
| อัปโหลดไฟล์อ้างอิง | ได้ | ได้ |
| เชื่อมกับ Google Docs และ Drive | ไม่ได้โดยตรง | ได้ดี |
| ระบบให้คนค้นเจอ | มี GPT Store | ยังไม่มี |
| สร้างภาพในตัว | ได้ | ได้ |
แล้วคนขายของออนไลน์ควรใช้ตัวไหน
คำตอบตรงๆ คือ ควรมีทั้งสองตัว และเหตุผลไม่ใช่เรื่องฟีเจอร์
เหตุผลที่ 1 คำสั่งชุดเดียวใช้ได้ทั้งคู่
การเขียนคำสั่งที่ดีคืองานที่ยากที่สุด ส่วนการเอาไปวางในอีกแพลตฟอร์มใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ต้นทุนเพิ่มแทบเป็นศูนย์
เหตุผลที่ 2 ลูกค้าไม่ได้ใช้ตัวเดียวกันหมด
บางคนจ่าย ChatGPT อยู่แล้ว บางคนใช้ Google เป็นหลักเพราะมีบัญชีอยู่แล้วและใช้ฟรีได้ ถ้าทำไว้ตัวเดียวจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ไม่ได้
เหตุผลที่ 3 ไม่ฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มเดียว
ทั้ง OpenAI และ Google เปลี่ยนเงื่อนไข ปรับราคา และปิดฟีเจอร์มาแล้วทั้งคู่ ถ้างานทั้งหมดผูกกับที่เดียวแล้ววันหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง จะไม่มีทางเลือกเลย
เขียนคำสั่งยังไงให้ผู้ช่วยทำงานได้จริง
ไม่ว่าจะสร้างบนแพลตฟอร์มไหน คำสั่งที่ใช้ได้ควรมี 4 ส่วน
1 บทบาท บอกว่าเป็นใคร เช่น เป็นผู้กำกับสตอรีบอร์ดคลิปขายเครื่องสำอาง
2 ขั้นตอนการทำงาน ระบุลำดับให้ชัด เช่น ถามชื่อสินค้าก่อน แล้วขอรูป แล้วจึงเสนอจุดขาย 3 ข้อ แล้วจึงเขียนสตอรีบอร์ด
3 รูปแบบผลลัพธ์ บอกว่าต้องการออกมาหน้าตาแบบไหน เช่น ตาราง 5 แถว มีคอลัมน์ช็อต ภาพ บทพากย์ และความยาว
4 ข้อห้าม สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น เช่น ห้ามแต่งสเปคสินค้าที่ไม่มีในข้อมูลที่ให้ ห้ามใช้คำโฆษณาเกินจริง
ข้อ 4 คือส่วนที่คนลืมบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุที่ AI แต่งข้อมูลมั่ว
ข้อควรระวัง
อย่าใส่ข้อมูลลับในคำสั่ง ทั้งสองแพลตฟอร์มมีวิธีที่ผู้ใช้อาจถามจนได้คำสั่งบางส่วนออกมา ถ้าใส่รายชื่อลูกค้าหรือต้นทุนสินค้าไว้ อาจหลุดได้
ทดสอบกับสินค้าจริงหลายตัว ผู้ช่วยที่ทำงานได้ดีกับสินค้าตัวเดียวอาจพังทันทีเมื่อเจอสินค้าประเภทอื่น ทดสอบอย่างน้อย 3 ตัวที่ต่างกันก่อนเอาไปใช้จริง
อัปเดตเมื่อโมเดลเปลี่ยน เมื่อแพลตฟอร์มอัปเกรดโมเดล คำสั่งเดิมอาจให้ผลต่างไป ควรกลับมาทดสอบเป็นระยะ
สรุป
Custom GPT กับ Gemini Gem ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกข้าง มันคือที่เก็บคำสั่งชุดเดียวกันในสองที่
สิ่งที่มีค่าจริงไม่ใช่แพลตฟอร์ม แต่คือคำสั่งที่ผ่านการลองผิดลองถูกจนใช้ได้จริง เมื่อมีสิ่งนั้นแล้ว จะเอาไปวางที่ไหนก็ได้
อยากทำได้เองทั้งระบบ?
คอร์ส Pondly.ai สอนตั้งแต่ศูนย์ พร้อม GPT และ Gemini Gem สำเร็จรูป 12 หมวดสินค้า จ่ายครั้งเดียว ใช้ตลอดชีพ
ดูรายละเอียดคอร์สอ่านต่อ
สาเหตุหลักคือพร้อมต์สั้นเกินไป ทำให้ AI เลือกค่ามาตรฐานซึ่งคือแสงสตูดิโอและผิวเนียนไร้ตำหนิ วิธีแก้คือระบุรายละเอียดที่กล้องมือถือจับได้จริง ได้แก่ รูขุมขน ขนอ่อนบนใบหน้า แสงจากหน้าต่าง และระยะชัดตื้น
ทำวิดีโอ UGC ด้วย AI ยังไง ไม่ต้องออกกล้องทำได้ด้วย 4 ขั้นตอน คือ วิเคราะห์จุดขายของสินค้าจากหน้าขายจริง เขียนสตอรีบอร์ด 5 ช็อตพร้อมบทพากย์ สร้างภาพหรือวิดีโอด้วยเครื่องมือ AI แล้วจึงต่อคลิปและใส่แคปชัน ถ้ามีพร้อมต์และโครงสตอรีบอร์ดเตรียมไว้แล้ว คลิปหนึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 10 นาที